::: ทำดีด้วยการทำบุญทั้ง ๑๐ ประการ:::

พระโพธิธรรมาจารย์เถร (หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ)
วัดป่าเขาน้อย อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เราเห็นธรรมะของจริง จิตใจของเราก็ต้องมีความจริงด้วยการปฏิบัติของเราก็ต้องมีความจริงด้วย

แม้แต่ร่างกายนี้ก็ไม่เป็นของเราเลย พึ่งไม่ได้ แล้วเราจะไปหวงพึ่งทรัพย์พึ่งบุตรเอามาทำอะไร

จิตกับธรรมต้องเป็นอันเดียวกัน เดี๋ยวนี้จิตกับกิเลสมันเป็นอันเดียวกัน ไม่ค่อยจะรับธรรมเข้ามา ธรรมยังรับไม่ค่อยจะได้ แต่กิเลสไม่ต้องทวง
เพราะเหตุนั้น เราพยายามถ่ายเทให้หลงลืมในเรื่องที่ไม่ตรงกับธรรม พยายามใกล้ชิดสนิทกับธรรมให้มาก


งานกรรมฐานการภาวนานี้ เป็นงานชั้นละเอียด
เพราะฉะนั้น เครื่องมือก็ต้องละเอียด สติของเราก็จะต้องละเอียด ความรู้ความระลึกจะต้องรักษาละเอียดไปด้วย เราจะคะนองไม่ได้ อย่าปล่อยให้กิเลสมันคะนองกาย คะนองวาจา และคะนองใจ

ถ้าเราฉลาด เราจะได้ความสงบในท่ามกลางที่วุ่นวายนี่แหละ

อวิชชาที่จะดับ ก็ดับเพราะเรามารู้จริงอันนี้ เมื่อมันรู้จริงแล้ว ความไม่รู้จะอยู่ได้อย่างไร ที่เคยหลงเข้าใจผิด แต่ก่อนว่า เป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา พยายามตกแต่งให้มันสะอาด ให้มันน่าเพลิดเพลินยินดี
ถ้ามาดูจริงๆ แล้ว สิ่งที่เราเข้าใจมาแต่ก่อน ล้วนแต่เป็นความเข้าใจผิด ไม่เป็นความจริงโดยธรรม แต่เป็นความจริง สำหรับปุถุชนผู้ยังหนา

การปฏิบัติไม่ความให้ลุ่มๆ ดอนๆ สูงๆ ต่ำๆ เป็นคลื่น คลื่นคืออะไร คือเราปฏิบัติไม่สม่ำเสมอ เวลาเคร่งภาวนา ก็ข่มจิตข่มใจเคร่งเพื่อให้สงบ เวลาออกจากภาวนาเราก็ปล่อยจิตให้ฟุ้งไป ไม่ระวัง ไม่รักษา ไม่ค่อยจะรู้ตัว ไม่ค่อยจะกำหนดเข้ามา
เพราะฉะนั้น เราทั้งหลายพึงรู้ตัว ที่เราปฏิบัติสงบยากเพราะเรารักษาไม่ได้ จิตที่มันลุ่มๆ ดอนๆ เวลาที่เคร่งก็เคร่ง เหมือนกับจะเอาให้ได้พระนิพพานในวันนั้นเวลานั้น เวลาหย่อนก็หย่อน ปล่อยให้ความมัวเมามาเกิดขึ้น อาสวะมันไม่หมดก็เพราะอันนี้เอง ความมัวเมาในอารมณ์ที่ตาเห็น หูได้ยิน มาจากอันนี้แหละ

เราทั้งหลายเมื่อปฏิบัติถูกต้องแล้ว บัณฑิตทั้งหลายมาคัดค้านไม่ได้ เพราะเราได้กำหนดตัวธรรมแท้ คือ อนิจจัง เราจะเห็นอยู่ในกายนี้ อริยสัจธรรมทั้ง ๔ จะได้เห็นอยู่ในกายนี้ ทุกขังจะได้เห็นอยู่ที่นี้ ไม่ได้เห็นที่อื่น
ถ้าเรามาเจริญความเห็น (สัมมาทิฏฐิ) ในสิ่งเหล่านี้ให้มากๆ ผลจะปรากฏขึ้นแก่เราเอง เมื่อผลบังเกิดขึ้นมาแล้ว ธรรมชาติก็รู้เองไม่ต้องบอกก็ได้ อย่าไปหลงคนนั้นพูดอย่างนั้น คนนี้พูดอย่างนี้
เราไม่ควรดูที่ไหน พยานหลักฐานคือกายของเรา เป็นอนิจจังแค่ไหนเราก็รู้ ไม่ได้โกหกใคร ทุกขังเป็นทุกข์ มีโรคภัยไข้เจ็บมากมาย เจ็บป่วยขนาดไหนเราก็รู้ ไม่ได้โกหกใคร มันเป็นความจริงอยู่ตลอดเวลา
การปฏิบัติรู้เห็นความจริงนี่แหละ เรียกว่า เห็นธรรม สภาวะแห่งความจริง เราจะได้รู้จริงเห็นจริง รู้แจ้งแทงตลอด จะได้พ้นทุกข์

 


ร่วม อนุโมทนา โดย



::: ละความชั่วด้วยศีล
::: ศีล
::: กุศลกรรมบถ
::: หิริโอตัปปะ
::: การทำบุญ ๑๐ ประเภท
::: การให้ทาน
::: การรักษาศีล
::: การเจริญภาวนา
::: ประพฤติอ่อนน้อม
::: อาสาช่วยเหลือ
::: การให้ส่วนบุญ
::: การอนุโมทนาบุญ
::: การฟังธรรม
::: การสั่งสอนธรรม
::: การทำความเห็นให้ถูกทาง
::: การเจริญภาวนา
::: การสวดมนต์
::: การทำสมาธิ
::: การเจริญวิปัสสนา
สนับสนุนข้อมูลโดย โหรามหาฤกษ์พยากรณ์

Copyright by Polyboon Co.,Ltd.