::: ทำดีด้วยการทำบุญทั้ง ๑๐ ประการ:::

พระครูญาณวิศิษฏ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โขติโก)
วัดธรรมสถิต อ.เมือง จ.ระยอง
(๒๔๕๘ - ๒๕๒๙)

เขาภาวนาเพื่อให้ละ ไม่ใช่ภาวนาเพื่อให้เอา

ก่อนที่จะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่า ที่จะพูดนี้จำเป็นหรือเปล่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพูด นี่เป็นขั้นต้นของการอบรมใจ เพราะถ้าเราควบคุมปากตัวเองไม่ได้ เราจะควบคุมใจได้อย่างไร

คนเราต้องบ้าภาวนา จึงจะภาวนาได้ดี เวลาภาวนาอย่าไปกลัวว่า ภาวนาแล้วจะเป็นนั่นเป็นนี่ เพราะเป็นของที่แก้กันได้ ให้กลัวอย่างเดียวว่าจะภาวนาไม่เป็น

ให้ภาวนา อย่ามัวแต่ง่วงนอน นอนกันมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว ไม่รู้จักอิ่มสักที มัวแต่เป็นผู้ประมาท ไม่รู้จักรักษามนุษย์สมบัติเอาไว้ ระวังจะเหลือไม่เท่าเก่า

อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับความสังเกตของเรา ถ้าความสังเกตของเรายังหยาบๆ เราจะได้แต่ของหยาบๆ การภาวนาของเรา ก็ไม่มีทางที่จะเจริญก้าวหน้าไปได้

พระธรรมถามว่า วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่… แล้วเราจะตอบท่านว่ายังไง

ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั้นแหละคือ วัตตัวเรา

คนเราเวลานั่งภาวนา กว่าใจจะสงบได้ก็ต้องใช้เวลานาน แต่พอจะออกจากที่นั่น ก็ทิ้งเลย อย่างนี้เรียกว่า เวลาขึ้นบ้าน ก็ขึ้นบันได เวลาลงก็กระโดดหน้าต่าง

เราตายเกิดมานับอสงไขยไม่ถ้วน ถ้าจะเอากระดูกที่เราเคยตายเกิดมากองไว้ ก็จะโตกว่าเขาพระสุเมรุ น้ำในแม่น้ำ มหาสมุทรน้อยใหญ่ทั้งหลายนะ ก็ยังน้อยกว่าน้ำตาที่เคยหลั่งรินเพราะความทุกข์ทั้งหลายเสียอีก

ผู้รู้แล้วจะไม่ทุกข์ ผู้ไม่รู้เท่านั้นที่ทุกข์ ทุกข์มันก็มีอยู่กับทุกคน ไม่มีใครไม่มีหรอก ตราบใดที่ยังมีขันธ์ ๕ อยู่ ทุกข์ก็ต้องมี แต่ถ้าเรารู้แล้ว เราจะอยู่อย่างสบาย

ผู้มีปัญญา เมื่อเห็นเช่นนี้ ย่อมเกิดความสลดสังเวชในภพชาติ ไม่ยินดีในการเกิดมีจิตมุ่งตรงต่อพระนิพพานอย่างเดียว

คนทั้งหลายเขาก็อยู่กับทุกข์ๆ ๆ ทั้งนั้น แต่ไม่รู้จักทุกข์ จึงพ้นจากทุกข์ไม่ได้

มัวแต่ตัดรากถอนโคน ระวังลูกมันหล่นลงมางอกอีก

ใจจะคิดจะปรุงอะไรก็ปรุงได้ แต่อย่าหลง

การกำหนดทุกข์ ก็ต้องเอาให้ละเอียด ต้องเอาถึงขนาดแค่ลืมตาปั๊บ รูปมากระทบก็รู้ว่าทุกข์แล้ว

นิพพานนั้นเป็นเรื่องละเอียด ต้องใช้ปัญญาเอามากๆ ไม่ใช่ของที่จะถึงด้วยแรงอยาก พวกเราคงจะตรัสรู้กันหมดแล้วทั้งโลก

เมื่อรู้แล้ว ก็ให้อยู่เหนือรู้

อย่าทำแต่ถูกใจ ต้องทำให้ถึงใจ

ผู้มีปัญญาย่อมใช้อะไรๆ ให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งนั้น

จิตเปรียบเหมือนพระราชา อารมณ์ทั้งหลายเปรียบเหมือนเสนา เราอย่าเป็นพระราชาที่หูเบา

ปฏิบัติยังไม่เข้าขั้นแล้วอย่าเที่ยวไปสอนเขา มันมีโทษนะที่จริงไปถูกเขาเผยแพร่มากว่า สอนไปสอนมากลายเป็นปฏิกูล น่ากินอสุภะน่ากอด

ของดีจริงไม่ต้องโฆษณา คนชอบขายความดีของตัวเอง ที่จริงขายความโง่ของตัวเองมากกว่า คมให้มีในฝัก ให้ถึงเวลาที่จะต้องใช้จริงๆ จึงค่อยชักออกมา จะได้ไม่เสียคม

มัวแต่นึกถึงวันเกิด ให้นึกถึงวันตายเสียบ้าง

ต้องหมั่นมีสติ หมั่นพิจารณาร่างกายจนเห็นเป็นกระดูกจนร่วงลงไปกอง แล้วเผาให้เกลี้ยงไปเลย ถามตัวเองซิ มีตัวตนไหม อะไรทำให้ทุกข์ ทำให้เจ็บปวด มีตัวเราไหม ดูให้ถึงแก่นแท้ของธรรมชาติ พิจารณาไปจนไม่มีอะไรของเราสักอย่าง

มันไม่มีใครเจ็บ มันไม่มีใครตาย นั่นแหละ ตรงนั้นแหละ มันมีอยู่แล้วทุกคน เหมือนเราคว่ำมืออยู่ เราก็หงายมือเสีย แต่ผู้ที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะทำได้ ถ้าโง่ก็ไม่เห็น ก็ไม่ได้ ไม่พ้นเกิดพ้นตาย

การภาวนาของเราต้องมี ปิติ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง ไม่อย่างนั้น ทำไปๆ มันจะเหี่ยวแห้ง

สักวันหนึ่งความตายจะมาถึงเรา มาบีบบังคับให้เราปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้น เราต้องหัดปล่อยวางล่วงหน้าให้มันเคย ไม่อย่างนั้น พอถึงเวลาไปจะลำบาก

จิตเห็นจิตตามเป็นจริง เขาก็วางของเขาเอง

เมื่อคิดที่ พุทโธ แล้วไม่ต้องลังเลว่า จะนั่งไม่ได้ดี ถ้าตั้งใจจริงแล้วมันต้องได้ สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราเป็นมารผจญ เขาเล่นละครอะไร เราก็ไปดู ไม่ใช่ว่าไปเล่นกับเขาด้วย

อยู่บนที่สูงแล้ว ก็สามารถมองเห็นอะไรๆ ได้หมด

ถึงความเห็นของเราจะถูก แต่ถ้าเรายึดเข้าไว้ มันก็ผิด

เวลาเราทำงานอะไรอยู่ ถ้าเราสังเกตว่าใจเราเสีย ก็ให้หยุดทันที แล้วกลับมาดูใจของตนเอง เราต้องรักษาใจของเรา ไว้เป็นงานอันดับแรก

คนอื่นเขาด่าเรา เขาก็ลืมไป แต่เราไปเก็บมาคิด เหมือนเขาคายเศษอาหารทิ้งไปแล้ว เราไปเก็บมากิน แล้วจะว่าใครโง่

ธรรมะ เราอ่านมามากแล้ว ฟังมานานแล้ว เราก็ว่าเรา เข้าใจ แต่มัน ถึงใจ ดีหรือยัง

การภาวนาต้องทิ้งเป็นขั้นๆ เหมือนเขายิงจรวดในอวกาศ พอพ้นจากโลกแล้ว กระสวยอวกาศก็ต้องทิ้งยานแม่ จึงจะไปถึงโลกพระจันทร์ได้

คนเราถ้าทำดีแล้วติดดี ก็ไปไม่รอด เมื่อใจยังมีติด ภพชาติยังมีอยู่

ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

การภาวนาก็คือการฝึกตาย เพื่อเราจะได้ตายเป็น

ของจริงขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราทำจริง เราจะได้ของจริง ถ้าเราทำไม่จริง เราจะได้แต่ของปลอม

 


ร่วม อนุโมทนา โดย



::: ละความชั่วด้วยศีล
::: ศีล
::: กุศลกรรมบถ
::: หิริโอตัปปะ
::: การทำบุญ ๑๐ ประเภท
::: การให้ทาน
::: การรักษาศีล
::: การเจริญภาวนา
::: ประพฤติอ่อนน้อม
::: อาสาช่วยเหลือ
::: การให้ส่วนบุญ
::: การอนุโมทนาบุญ
::: การฟังธรรม
::: การสั่งสอนธรรม
::: การทำความเห็นให้ถูกทาง
::: การเจริญภาวนา
::: การสวดมนต์
::: การทำสมาธิ
::: การเจริญวิปัสสนา
สนับสนุนข้อมูลโดย โหรามหาฤกษ์พยากรณ์

Copyright by Polyboon Co.,Ltd.