::: ละเว้นความชั่วด้วย ศีล :::

ศีลห้า ถือว่าเป็นพื้นฐานของการครองชีวิตตามวิถีแห่งชาวพุทธ การถือศีลนั้นถือว่าเป็นผู้ห่างไกลจากปัญหาทั้ง ๕ ประการ เพื่อให้ตนเอง ครอบครัว และชุมชนสงบสุข โดยมีเนื้อหาโดยย่อดังนี้

  1. งดเว้นจากการเบียดเบียน ทำร้ายชีวิต และจิตใจ ไม่ว่าจะด้วยความโกรธ ความกลัว ความหลงผิด ศีลข้อนี้หลายคนเข้าใจผิดว่าหมายถึงการฆ่าให้ตายเพียงอย่างเดียว จริงๆแล้วหมายถึงการทำร้ายร่างกาย และจิตใจด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเหตุแห่งปัญหาในสังคม การให้โทษหนักเบาแตกต่างไปตามผู้ที่ถือกระทำ และเจตนาผู้กระทำผิดศีล หากทำร้าย ผู้ให้กำเนิด ผู้มีบุญคุณ ย่อมมีบาปหนัก พวกชอบด่า หรือทำร้ายทุบตีพ่อแม่ ตนเอง ย่อมได้รับผลแห่งบาปนั้นมากกว่าไปทำร้ายเบียดเบียนบุคคลอื่น หรือสัตว์อื่นๆ แต่ถึงกระนั้น การกระทำผิดศีลข้อนี้ไม่ว่าจะกระทำกับใคร หรือ สัตว์ชนิดใด ย่อมได้รับบาปจากผลแห่งการกระทำทุกครั้ง ทุกคราว ต่างกันเพียงความมากน้อยเท่านั้นเอง ยิ่งเป็นการกระทำโดยเจตนา ยิ่งได้รับผลแห่งการกระทำ นั้นมากกว่าการกระทำไปโดยพลั้งเผลอ ศีลข้อนี้มักแก้ด้วยความมีเมตตา ให้จิตมีเมตตาจะทำให้ความโกรธ ลดน้อยลง
  2. งดเว้นจากการลักขโมย หรือหลอกลวง แก่งแย่งของคนอื่นมาเป็นของตน โดยเจ้าของไม่ได้ยินยอม ด้วยความเต็มใจ เช่นการลักทรัพย์ การฉกชิงวิ่งราว หลอกลวง ยักยอก สับเปลี่ยน ซึ่งเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ที่พึงมีพึงได้ มาเป็นของตนเอง ความอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้น จากความโลภ หากสังคมมีแต่คนผิดศีลข้อนี้ ความไว้เนื้อเชื่อใจ จะไม่มีในสังคมอีกเลย ต้องอยู่อย่างระแวดระวัง ไม่เป็นสุข ถ้าถือศีลข้อนี้ได้ จะเป็นผู้ที่สมควรได้รับ ความไว้เนื้อเชื่อใจ จากผู้ที่รู้จัก ศีลข้อนี้จะทำให้บุคคลที่ถือ เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต
  3. งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม มักเกิดจากจากความหลง จนขาดความยับยั่งชั่งใจ ไม่แยกแยะว่าเป็น ภรรยาหรือสามีใคร รวมไปถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ ภรรยา หรือสามีของตน หากคนหมกหมุนแต่ในเรื่องกามารมณ์ จนปล่อยให้กิเลสครอบงำ มักก่อให้เกิดปัญหาตามมา ซึ่งรวมถึงโรคภัยทางเพศ และหากเกิดตั้งครรภ์ โดยมิได้ตั้งใจ จะยิ่งเป็นการทำร้ายชีวิตหนึ่ง เพิ่มขึ้นอีกด้วย
  4. งดเว้นจากการพูดเท็จ ยิ่งการพูดเท็จเพื่อหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อ ทำตาม หรือให้สิ่งที่ตนเองต้องการ หรือการพูดเท็จเพื่อทำให้สังคมแตกแยก ล้วนแต่เป็นคำพูดที่ควรงดเว้น คนส่วนใหญ่คิดว่าการพูดเล่น การโกหกเพื่อให้ผู้อื่นสบายใจนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ผิดอะไร เป็นความเชื่อที่ผิด เพียงแต่ต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก และดูผลแห่งคำพูดว่าสร้างความเสียหายให้ผู้ใดเรื่องไม่เป็นสำคัญ
  5. งดเว้นจากการดื่มกินของมึนเมา เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า สุรา ของมึนเมานั้น เป็นตัวบั้นทอน สติทำให้ผู้ดื่มกระทำผิดศีลได้ครบทุกข้อโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ยังก่อเกิดความสียหายต่อร่างกาย และทรัพย์สิน จึงมีการรณรงค์เรื่องการห้ามดื่มของมึนเมาออกมาเสมอ ซึ่งในบรรดาศีลทั้ง ๕ ข้อ ข้อนี้เป็นข้อแรก ที่แนะนำให้ถือไว้เป็นสำคัญ เพราะศีลทุกข้อพึงรักษาได้ด้วยสติ ความรับผิดชอบชั่วดี แต่เมื่อดื่มสิ่งมึนเมาเข้าไป ทำให้ขาดสติ มีโอกาสผิดศีลได้ทุกข้อ

การถือศีลแบ่งออกเป็น การถือศีลเป็นครั้งเป็นคราว เช่นเมื่อร่วมงานบุญรับศีลรับพรจากพระ พอจบงานบุญก็ไม่ได้ นึกถึง ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกิเลสตัณหา ดีขึ้นมาหน่อยก็เป็นระดับที่ ฉุกคิดได้เป็นครั้งคราว รู้จักระงับห้ามใจได้บ้าง แต่ก็ย่อมดีกว่าไม่ระงับ ละเว้นเอาเสียเลย การถือศีลที่ผู้คนนับถือว่าบริสุทธิ์ คือการถือศีลอย่างเด็ดขาด ถาวร ไม่ยุ่งเกี่ยวข้องแวะไปตลอดชีวิตทั้งความคิดว่าอยากกระทำ คำพูดว่าอยากกระทำ และการลงมือกระทำ แรกๆ อาจเริ่มทีละข้อสองข้อ และพัฒนาเพิ่มขึ้น ย่อมสร้างกุศล พาตน และคนรอบข้างให้ห่างไกลปัญหาได้ไม่น้อย


ร่วม อนุโมทนา โดย



::: ละความชั่วด้วยศีล
::: ศีล
::: กุศลกรรมบถ
::: หิริโอตัปปะ
::: การทำบุญ ๑๐ ประเภท
::: การให้ทาน
::: การรักษาศีล
::: การเจริญภาวนา
::: ประพฤติอ่อนน้อม
::: อาสาช่วยเหลือ
::: การให้ส่วนบุญ
::: การอนุโมทนาบุญ
::: การฟังธรรม
::: การสั่งสอนธรรม
::: การทำความเห็นให้ถูกทาง
::: การเจริญภาวนา
::: การสวดมนต์
::: การทำสมาธิ
::: การเจริญวิปัสสนา
สนับสนุนข้อมูลโดย โหรามหาฤกษ์พยากรณ์

Copyright by Polyboon Co.,Ltd.