| ช้อปปิ้ง พลาซ่า | เรื่องเล่าวิถีสยาม | ท่องเที่ยวทั่วไทย | เนื้อที่โฆษณา |
สยามเมืองยิ้ม (Thailand : Land of Smile) โลกของความเกื้อกูล ดุจผีเสื้อกับดอกไม้
::: Polyboon / Travel / ศาลพันท้ายเรือนรสิงห์ ::: ท่องเที่ยวทั่วไทย :::
 

ศาลพันท้ายเรือนรสิงห์
เรื่องเล่า และภาพโดย พุฒิวงศ์ บุษบวรรษ

สมัยเรียนหนังสือ เรื่องพันท้ายเรือนรสิงห์ เป็นสิ่งที่ครูอาจารย์มักนิยมนำมาอบรมสั่งสอน ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้จักเสียสละตัวเองเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่ว่าจะมีอำนาจวาสนาเพียงใด ด้วยความสำนึกในความผิดที่เลี่ยงเลี่ยงไม่ได้ เพราะได้พยายามถึงที่สุดแล้ว จึงขอยอมรับโทษเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของ กฎหมายบ้านเมือง แม้จะได้รับความโปรดปราน และพร้อมจะช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจก็ตาม ผิดกับคนบางคนในปัจจุบัน นอกจากพยายามฉกฉวยประโยชน์จากช่องวางของกฏหมาย และอำนาจหน้าที่ที่ตนมีอยู่แล้ว ถึงเวลามีคนรู้ทัน ก็ยันยืนยันในการกระทำของตนว่าไม่ผิด แถมยังหาว่าคนอื่นใส่ร้าย และทำทุกวิถีทางที่จะให้กลับผิดเป็นถูก แล้วตัวเองกลับมามีอำนาจอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำให้บ้านเมืองเสียหายเพียงใด


ดังนั้นคนอย่างพันท้ายเรือนรสิงห์จึงเป็นปูชนียบุคคลที่น่ายกย่อง และสรรเสริญ ถึงคนชั่วมัวเมาในอำนาจ และกิเลสตัณหาจะมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลย ที่ยอมตายเพื่ออะไรก็ไม่รู้ที่มองไม่เห็น แต่ผมกลับมองว่าน่ายกย่อง น่าเชิดชูกว่า พวก..... ที่สร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองในปัจจุบัน

ศาลพันท้ายเรือนรสิงห์มีทั้งศาลเก่าที่อยู่ตรงบริเวณหลักประหาร และศาลใหม่ที่สร้างให้มั่นคง สง่างามสมกับเป็นบุคคลที่น่าเชิดชู ผู้ใดสนใจสามารถไปเยี่ยมเยือน เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านได้ ทั้งยังมีวัดให้ทำบุญไหว้พระขอพร นอกจากนี้ยังเดินชมบรรยากาศคลองที่มีป่าโกงกางรายล้อมได้อีกด้วย


ข้อมูลเพิ่มเติม จากเว็บอื่น...

ศาลพันท้ายนรสิงห์

ศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาล ยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่ บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

เรื่องจากพระราชพงศาวดาร

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๔๗ สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำ เมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งถือท้ายเรือ พระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้ว กราบทูลให้ทรงลงพระอาญา ตามพระกำหนดถึงสามครั้งด้วยกัน เนื่องจากในสองครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเสือทรง พระราชทานอภัยโทษ เพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ สุดวิสัย แต่ท้ายสุดก็ได้ตรัสสั่งให้ ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นศาลไม้ในสมัยปัจจุบัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาหางมน พื้นศาลเป็นไม้ยกชั้น ๒ ชั้น มีเสารองรับ ๖ เสา ฝาไม้ลูกประกนขนาดเล็ก

เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ปรากฏ อยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๒ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ

พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน

แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล แล้วทรงพระราชดำริว่าคลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "คลองมหาชัย"ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้

Copyright by Polyboon Co.,Ltd